อุดมคติที่สาปสูญ
posted on 11 Jan 2007 16:31 by fontree in poetry1
บาปและนรกกลายเป็นเรื่องตลกชวนหัว
ความเกรงกลัวและความละอายกลายเป็นข้ออ้างทางศีลธรรม
ในการค้นหาศีลธรรม จริยธรรม
และคุณธรรมในภาวะแห่งความต่ำทรามของจิตใจ
อุดมคติและอุดมการณ์แห่งการสรรค์สร้าง
กลายเป็นข้ออ้างเพื่อการค้นหาอัญมณีจากกองขยะ
และสาระจากพฤติกรรมไร้สาระของผู้คน
2
เราจึงพร้อมจะประจันหน้าและท้าทายกับเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ และตายทุกประเภท
ด้วยความเหี้ยมเกรียมโหดร้าย
เราจึงพร้อมเข้าแย่งชิง เบียดบัง และเบียดเบียนกันและกัน
โดยมีศีลธรรมเป็นหลักไมล์แห่งความเข้มข้น
มีกฎหมายบิดเบี้ยวเป็นสรณะแทนสัจจะ
มีผู้บังคับใช้กฎหมายทำตัวเป็นนักจับปลา
ด้วยแหและตาข่าย
มีคนจน คนข้างถนน คนไร้การศึกษา เป็นเหยื่อ
3
เราจึงพร้อมใจกันเอื้อมมือไขว่คว้าไปยังทุกเสียงกระทบของเหรียญ กษาปณ์
และเสียงกรอบแกรบท่ามกลางการเคลื่อนไหวของธนบัตร
ผู้ย่างเท้าออกมาจากคลังหลวงสู่คลังของท้องถิ่น
พวกเราสวมวิญญาณของเหลือบริ้นเข้าเกาะกุม
ดูดดื่มเลือดของตนเองก่อนที่มันจะทันได้เข้าสู่กระแสหัวใจ
และฉีดพล่านไปตามเส้นเลืดและชีพจร
4
เราจึงพร้อมใจกันเป็นคน กลุ่มคน และสังคมแคระแกร็น
เด็ก ๆ เป็นโรคขาดสารอาหาร
เด็ก ๆ ไม่มีโอกาสได้เข้าโรงเรียน
โรงเรียนไม่มีหนังสือและห้องสมุด
ครูมีแต่ภาระหนี้สิน
ผู้คนไม่มีโอกาสรู้จักพิพิธภัณฑ์
ราชการมีแต่ผู้เป็นโรคขาดสารอาหาร
และความต้องการไร้ขีดจำกัด
นักการเมืองเป็นโรคหวาดระแวง และเคลือบแคลงใจอยู่เป็นนิจ
กับความคิดของผู้คนในคอกขังประชาธิปไตยจอมปลอม
ตำรวจและทหารกลายเป็นโรคจิตเสื่อมและซึมเศร้า
พ่อค้าเป็นโรคกระเพาะอาหารครากและอาหารไม่ย่อย
โรงพยาบาลมีแต่คนป่วย
ภิกษุสามเณรเป็นโรคจิตวิปลาส
ผู้คนได้รับ เสพ และสร้างสิ่งเท็จ กระทั่งเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่าคือความจริง
5
ทว่าสมองของเรากลับเติบโต
แผ่สาขาและเต็มไปด้วยถ้อยเจรจาและรอยยิ้มโง่เขลา
บนเรือนกาย แขนขา แห้งเหี่ยว และโครงกระดูกผุกร่อน
และเรากำลังนำพากันไปสู่จดจบที่น่าสมเพช
แผ่นดินมาตุภูมิและสยามประเทศของเรา
กำลังเริงระบำอยู่กลางเปลวไฟ
edit @ 2007/02/13 08:41:57