พบพระอรหันต์
posted on 17 Jan 2007 13:02 by fontree in poetry1
กว่าจะรู้ว่าพ่อแม่คือพระอรหันต์ผู้อยู่ใกล้ชิดที่สุดก็เมื่อพ่อได้จากไปแล้วไกลแสนไกลขณะแม่ก็แก่เฒ่าโรยแรงแต่ยังทำหน้าที่ไม่หยุดหย่อนจึงเพียงได้แต่หวังว่าวันหนึ่งพระอรหันต์ของฉันจะได้พักผ่อนสักครั้งเป็นอยู่ในความว่าง เบาสบาย เหมือนครั้งที่แม่เคยอุ้มชูฉันมา
2ยิ่งเดินทางยิ่งห่างไกลและคืบใกล้ความตายและด้วยความตายนี่เองที่ทำให้ฉันรู้ว่าการดำรงอยู่มีค่ามากมายเพียงใดยิ่งพิจารณายิ่งเห็นจากความมืดภายในก็ดาลดลให้เกิดแสงสว่างเล็ก ๆ เท่าปลายไม้ขีดไฟในคืนมืดเป็นดวงดาวผู้อยู่ปลายสุดของขอบฟ้า ซึ่งยังประกายความหวังว่า ...วันหนึ่งจะเดินทางไปถึง3แล้วพระอรหันต์ก็พูดผ่านพระธรรมที่สงบเสงี่ยมฉันเห็นพลังคุโชนอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นในความเงียบลึกนั้นและสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
ขณะแม่ก็แก่เฒ่าโรยแรงแต่ยังทำหน้าที่ไม่หยุดหย่อนจึงเพียงได้แต่หวังว่าวันหนึ่งพระอรหันต์ของฉันจะได้พักผ่อนสักครั้งเป็นอยู่ในความว่าง เบาสบาย เหมือนครั้งที่แม่เคยอุ้มชูฉันมา
2ยิ่งเดินทางยิ่งห่างไกลและคืบใกล้ความตายและด้วยความตายนี่เองที่ทำให้ฉันรู้ว่าการดำรงอยู่มีค่ามากมายเพียงใดยิ่งพิจารณายิ่งเห็นจากความมืดภายในก็ดาลดลให้เกิดแสงสว่างเล็ก ๆ เท่าปลายไม้ขีดไฟในคืนมืดเป็นดวงดาวผู้อยู่ปลายสุดของขอบฟ้า ซึ่งยังประกายความหวังว่า ...วันหนึ่งจะเดินทางไปถึง3แล้วพระอรหันต์ก็พูดผ่านพระธรรมที่สงบเสงี่ยมฉันเห็นพลังคุโชนอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นในความเงียบลึกนั้นและสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
สักครั้งเป็นอยู่ในความว่าง เบาสบาย เหมือนครั้งที่แม่เคยอุ้มชูฉันมา
2ยิ่งเดินทางยิ่งห่างไกลและคืบใกล้ความตายและด้วยความตายนี่เองที่ทำให้ฉันรู้ว่าการดำรงอยู่มีค่ามากมายเพียงใดยิ่งพิจารณายิ่งเห็นจากความมืดภายในก็ดาลดลให้เกิดแสงสว่างเล็ก ๆ เท่าปลายไม้ขีดไฟในคืนมืดเป็นดวงดาวผู้อยู่ปลายสุดของขอบฟ้า ซึ่งยังประกายความหวังว่า ...วันหนึ่งจะเดินทางไปถึง3แล้วพระอรหันต์ก็พูดผ่านพระธรรมที่สงบเสงี่ยมฉันเห็นพลังคุโชนอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นในความเงียบลึกนั้นและสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
ยิ่งเดินทางยิ่งห่างไกลและคืบใกล้ความตายและด้วยความตายนี่เองที่ทำให้ฉันรู้ว่าการดำรงอยู่มีค่ามากมายเพียงใดยิ่งพิจารณายิ่งเห็นจากความมืดภายในก็ดาลดลให้เกิดแสงสว่างเล็ก ๆ เท่าปลายไม้ขีดไฟในคืนมืดเป็นดวงดาวผู้อยู่ปลายสุดของขอบฟ้า ซึ่งยังประกายความหวังว่า ...วันหนึ่งจะเดินทางไปถึง3แล้วพระอรหันต์ก็พูดผ่านพระธรรมที่สงบเสงี่ยมฉันเห็นพลังคุโชนอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นในความเงียบลึกนั้นและสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
เพียงใดยิ่งพิจารณายิ่งเห็นจากความมืดภายในก็ดาลดลให้เกิดแสงสว่างเล็ก ๆ เท่าปลายไม้ขีดไฟในคืนมืดเป็นดวงดาวผู้อยู่ปลายสุดของขอบฟ้า ซึ่งยังประกายความหวังว่า ...วันหนึ่งจะเดินทางไปถึง3แล้วพระอรหันต์ก็พูดผ่านพระธรรมที่สงบเสงี่ยมฉันเห็นพลังคุโชนอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นในความเงียบลึกนั้นและสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
ก็ดาลดลให้เกิดแสงสว่างเล็ก ๆ เท่าปลายไม้ขีดไฟในคืนมืดเป็นดวงดาวผู้อยู่ปลายสุดของขอบฟ้า ซึ่งยังประกายความหวังว่า ...วันหนึ่งจะเดินทางไปถึง3แล้วพระอรหันต์ก็พูดผ่านพระธรรมที่สงบเสงี่ยมฉันเห็นพลังคุโชนอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นในความเงียบลึกนั้นและสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
ว่า ...วันหนึ่งจะเดินทางไปถึง3แล้วพระอรหันต์ก็พูดผ่านพระธรรมที่สงบเสงี่ยมฉันเห็นพลังคุโชนอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นในความเงียบลึกนั้นและสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
แล้วพระอรหันต์ก็พูดผ่านพระธรรมที่สงบเสงี่ยมฉันเห็นพลังคุโชนอย่างไม่รู้จักหมดสิ้นในความเงียบลึกนั้นและสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
และสำแดงอานุภาพแห่งปรีชาญาณผ่านการยอมกราบศิโรราบต่อความจริงที่ไม่อาจเป็นอื่นไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
ไม่ทั้งปฏิเสธหรือขัดขืนจากวินานั้นเป็นต้นมา ฉันก็ยอมเป็นทาสแห่งธรรมใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
ใช้ทุกสิ่งที่สัมผัสเพื่อชำระตัวเองและปล่อยให้ผลการกระทำเป็นบรรณาการแด่โลกและชีวิต4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
4ฉันก้มกราบแทบเท้าของพ่อและแม่ในความคิดที่ไม่อาจบรรยายด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
ด้วยเกรงว่าความหมายนั้นจะคับแคบเกินไปและดูจะเป็นการโง่เขลาเกินไปที่กระทำเช่นนั้นทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
ทุกวันนี้ฉันจึงเป็นนักเรียนของโลกเป็นทาสของธรรมชาติเป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
เป็นลูกของพระอรหันต์ด้วยว่าในวันหนึ่งฉันจะเป็นอิสระจากสรรพสิ่ง(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
(ตีพิมพ์ เนชั่นสุดสัปดาห์ 2547)
edit @ 2007/02/13 08:37:24