แรกหนาว
posted on 09 Feb 2007 11:18 by fontree in short-storyลมแรกของพฤศจิกายนกวาดเงาเมฆฝนกลับไปพร้อมกับเดือนตุลาคม ทิ้งรอยความคิดและความเย็นที่จับขั้วหัวใจ ความคิดของผมสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวทั้งต่อตัวเองและสิ่งที่ได้กระทำลงไป
เหมือนฆาตกรเผชิญหน้ากับอาชญากรรมที่ตัวเองก่อไว้ และถูกต้องข้อหาจากตุลาการ และเหล่าลูกขุน ผมยอมรับความผิดแล้วโดยดุษณี ข้อโต้แย้งของผมก็คือการดิ้นรนเพื่อให้พ้นไปจากคำสาปแช่งจากสาธารณชน เพื่อหลีกเร้นเข้าสู่ห้องขังที่มืดสนิท จะมีก็เพียงความสำนึกผิด และความปวดร้าวเท่านั้นที่ตอกย้ำผมอยู่ตลอดเวลา
จากบาปเล็กน้อยของเด็กไร้เดียงสา การยิงจิ้งจกด้วยไม้กวาดทางมะพร้าวเสี้ยมปลายแหลม แอบฉี่ใส่ขันน้ำให้สองแม่ลูกดื่มกินขณะหิวโหย พวกเขาคือศัตรูของพ่อแม่ และพวกเขาก็คือศัตรูของผม ผมทำไปด้วยความคะนอง เหมือนกับหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ผมก่อขึ้น
ปากคอที่จัดจ้านของหล่อนสงบราบคาบลงด้วยแข้งที่แข็งแรงและหยาบของผม ผมประเคนให้หล่อนในฐานะของเมียคนหนึ่ง หล่อนไม่ได้สวยงามอย่างที่ผมคิด และไม่เคยคิดเช่นกันว่าเราจะต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน มันทำให้ผมขุ่นเคืองทุกครั้งที่เห็นหน้าซีด ๆ ของหล่อน รวมทั้งความปากร้ายที่ยากจะหาใครเปรียบ
บ้านเช่าฝาไม้ร่วมกัน ห้องถูกแบ่งเป็นสัดส่วนแคบ ๆ ร้อนระอุ และเสียงยวบยาบเวลาเดิน หรือแม้แต่ขึ้นลงจากชั้นล่างขึ้นมาชั้นบน มันเป็นเหมือนสวรรค์สีเขียวตั้งซุกซ่อนอยู่ท่ามกลาง แท่งตึกและเสียงจากการก่อสร้าง ตอกเสาเข็มที่ระเบ็งอยู่ลั่นซอย
ความยับยั้งชั่งใจบอบบางเหมือนการยึดเหนี่ยวของศีลธรรม มันง่ายดายที่จะถูกสลัดออกไปจากการข้องแวะจากเรา มันเป็นเพียงเศษผ้าเก่า ๆ ลายสวย มีไว้เพื่ออวดอ้างและประชันขันแข่ง ใครมีมากกว่าย่อมสูงและเด่น ขณะคนไม่มีคือพวกสถุลและเลวทรามเหมือนเดรัจฉาน ซึ่งผมก็ไม่เคยสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น ทุกสิ่งในเวลานั้นคือความปรารถนาเท่านั้นเองที่ผมต้องการ ยิ่งได้รับการตอบสนองมันยิ่งดูเหมือนขาดหาย ยิ่งรู้สึกว่าขาดหาย ก็ยิ่งตะกละตะกลาม กระเดือกเข้าไป โดยไม่รู้เลยว่าพิษสงของมันนั้นร้ายเสียยิ่งกว่ายาพิษ
กว่าผมจะรู้จักมัน หล่อนก็เริ่มตั้งท้อง ผมจะได้ว่าผมหัวเสียขนาดไหนที่หล่อนปล่อยให้ มีเด็ก ขณะที่ทำงานเงินเดือนไม่พอยาไส้ แถมการอยู่ร่วมกันของเราก็เป็นไปอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ อะไรจะเกิดขึ้นหากเด็กโตขึ้นมา
หลังจากออกจากโรงพยาบาลหล่อนก็เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ รวมทั้งผมเองก็เริ่มตีตัวออกห่างเธอทีละน้อย ๆ ราวกับรู้รสชาติของมันดีแล้ว ไอ้เจ้าความปรารถนานั่น
วันแรกที่ผมถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ผมรู้สึกหมดอาลัยกับตัวเอง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตัวเองจะตกต่ำและทำสิ่งที่เลวร้ายลงไปได้ถึงขนาดนี้
เมื่อหล่อนเล่นคารมรุนแรงมากขึ้น แน่นอนการตอบสนองอย่างเดียวที่เพศผู้อย่างผมจะตอบโต้ได้ก็ด้วยกำลังและการบังคับ
เสียงหวีดร้องโหยหวนเหมือนสัตว์ถูกทรมาน จะดังขึ้นไม่คืนใดก็คืนหนึ่ง ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายเริ่ม และถ้ามันไม่ดังจากห้องของผม ห้องข้างเคียงก็จะสร้างมันขึ้นมาด้วยความ น่าสยดสยองที่ไม่แพ้กัน
บ่อยครั้งที่เราไม่กล้าสบตากับเพื่อนร่วมหอพัก เพราะความรุนแรงที่ซ่านออกไปสู่ใบหูที่ไวต่อความรู้สึกของพวกเขา และแน่นอนเราเองก็ยิ่งสร้างความแตกร้าวให้กันและกันมากยิ่งขึ้น
เราย้ายบ้านเช่าจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งเกือบตลอดเวลา ที่หนึ่งจะยาวนานก็เพียงสองเดือนหรือสามเดือน เป็นความขมขื่นที่เราต่างยังสามารถยอมรับกันได้ในฐานะผัวมีคู่ใหม่ซึ่งอยู่กินกันมาไม่ถึงปี
เช่นเดียวกับอารมณ์โกรธที่เกิดขึ้นและสูญหายไปเมื่อความยินดีพอใจเข้ามาแทนที่ แต่ความเลวร้ายที่เกาะแน่นอยู่ในความทรงจำและหยั่งรากลงในความรู้สึกยากที่จะตัดรากถอนโคน มันกลับผุดขึ้นมา และหักล้างอารมณ์ดีและเหตุผลของเราจนหมดสิ้น แล้วเมื่อวันหนึ่งที่หล่อนเกรี้ยวกราดใส่ผมเหมือนหมาบ้า ผมก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป ด้วยข้ออ้างถึงความกดดันในขณะนั้น ถึงความยากแค้นและการยับยั้งในขณะนั้น หล่อนก็จากผมไปอย่างทุรนทุรายด้วยมือที่หยาบช้าของผม
เมื่อความเงียบเข้ามาแทนความอึกทึก อึงอล ผมก็ต้องผจญกับการขับเขี้ยวกับตัวเอง ผมจะทำอย่างไรดี ผมทำอะไรลงไป ผมเป็นฆาตกรทั้งกายและใจ
หลังจากขึ้นศาลเป็นที่เรียบร้อย และการพิจารณาความตัดสินให้ผมมีความผิดฐานฆ่าคนตาย และร่วมมือกับผู้ตายทำลายเลือดเนื้อของตัวเอง
ทุกสิ่งที่เคยคิดและบางสิ่งที่ไม่เคยคาดคิด เริ่มประดังเข้ามาหาผม เหมือนคมมีดจากความบีบเค้นที่หันปลายแหลมมาทางผม ค่อย ๆ กดปลายที่คมกริบนั้นลงบนลำตัวของผมอย่างช้า ๆ และเต็มไปด้วยความทรมาน นรก ผมคิดถึงนรก
แล้วมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่ผมจะดิ้นรนให้พ้นจากความผิดที่ก่อขึ้น มีแต่การยอมรับและสารภาพออกมาเท่านั้นที่ทำให้ทุกสิ่งดีขึ้น อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องทนกับการหลอกตัวเอง อีกต่อไป ไม่ต้องทนทรมานเห็นภาพที่ตัวเองก่อไว้มาหลอกหลอนและบีบเค้นอย่างเหี้ยมโหด อีกต่อไป
ใบหน้าที่ปรากฏในความมืดของห้องขัง หล่อนนั่นเอง เป็นหล่อนจริง ๆ อุ้มลูกตัวเล็กเหมือนลูกกรอก เนื้อตัวเปื้อนเลือด ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมขวัญผวา ผมอยากกรีดร้อง แต่มันจะมีประโยชน์อะไร การมีอยู่ของผมยังไม่ได้หมายถึงความตายเช่นเดียวกับหล่อนอีกหรือ หล่อนอาจได้เปรียบที่ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างลงอย่างราบคาบ ทิ้งแม้แต่ร่างกาย ลมหายใจ และความขมขื่นของช่วงเวลาที่หล่อนมีชีวิตอยู่ แต่ผมยังต้องแบกรับทุกสิ่งไว้ แบกรับความเย็นที่แช่แข็งหัวใจตัวเองไว้ด้วยความเย็นเหมือนกัดด้วยกรด
พฤศจิกายนจะมีความหมายอะไรกับผม ในเมื่อผมไม่อาจออกไปสู่อิสรภาพข้างนอกได้อีกแล้ว ผมต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป ตลอดไป
เช้าวันต่อมาหลังจากเข้าเป็นหนึ่งในบรรดานักโทษทั้งหลาย ผมก็ต้องทำทุกอย่างที่พวกเขาทำ ทำความสะอาดบริเวณเรือนจำ ขณะที่สองเท้าของผมถูกตีตรวน ผมไม่มีแก่ใจจะพูดหรือ มองหน้าใครทั้งนั้น ไม่สนในแม้แต่คำสบประมาทที่เหล่านักโทษหยิบยื่นให้ผมอย่างลองเชิงและ ถือดี ผมไม่คิดจะโต้ตอบ หลายครั้งที่ผมถูกตบลงไปกองบนพ้นเพราะไม่อยากพูดอะไรกับใคร ไม่อยากรู้แม้ว่าไอ้หน้าไหนที่มันทำกับผม ผมรู้สึกว่าตัวเองได้ตายไปแล้ว
บริเวณที่กว้างขวางของเรือนจำถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วน โรงอาหารอยู่ทางทิศตะวันออก โรงฝึกอาชีพทางทิศใต้ ส่วนด้านตะวันตกและทิศเหนือเป็นตัวอาคารคุมขังนักโทษ
พวกเราทำงานฝีมือซึ่งมีทั้งงานจักสาน งานไม้ และงานเฟอร์นิเจอร์ เพราะทุกคนต่างที่มา ร้อยพ่อพันแม่ และความผิดบาปของแต่ละคนต่างกัน แต่ละคนมีนิสัยต่างกันไป เด็กหนุ่มยังเย่อหยิ่งและยะโส เหมือนหนึ่งเขาเป็นใหญ่ของที่นี่ ส่วนวัยกลางคนก็เก็บตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ แต่ก็ซ่อนแววเอาจริงอย่างโหดเหี้ยมเอาไว้ เราเพียงแต่ทำทุกสิ่งที่ได้รับคำสั่งให้เรียบร้อย มีทั้งคนพูดมากและขี้โม้ สิ่งที่ผมไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จักก็ได้รับรู้จากที่นี่ มันเป็นตำราชีวิตที่อาบไปด้วยเลือด ความผิดบาป ที่เราต่างอ่านจากกันและกัน และทุกวี่วัน แต่บางคนก็ไม่คิดจะใส่ใจทั้งยังไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์อะไรที่จะรู้สึกต่อสิ่งเหล่านี้
แม้ว่าผมจะอายุ 30 ปี แต่ก็มีความสนใจที่จะเรียนรู้สิ่งรอบข้างต่อไป แม้จะรู้ว่า ไม่มีโอกาสจะได้เห็นแสงสว่างและความวุ่นวายของโลกภายนอกที่คุมขังอีกแล้ว หลายครั้งที่ผมเริ่มรู้สึกดีขึ้นจากความรู้สึกผิดบาปที่ตัวเองก่อไว้ ผมรู้สึกว่า ตัวเองไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดคืออยู่กับวันนี้และทำให้มันมีค่าที่สุดจะดีกว่า
เหมือนกับลุงปาน นักโทษคนหนึ่ง อายุแก 60 ปีแล้ว ข้อหาปล้นฆ่าชิงทรัพย์ ดูเหมือนว่าตลอดชีวิตของการได้โลดแล่นไปในชีวิตข้างนอกนั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือดและมือที่เปรอะเปื้อนไปด้วยอาชญากรรม ถึงวันนี้ปีที่ 10 ของการถูกจองจำ แกก็ไม่เหลือแววของความโหดร้ายอีกแล้ว ราวกับว่าไอ้เสือปาน หรือฆาตกรปาน ได้ตายไปแล้วพร้อมกับคำตัดสินของผู้พิพากษา
เมื่อมีความสนิทชิดเชื้อกันมากขึ้น แม้แกจะไม่ใช่คนพูดเก่ง ทั้งยังค่อนข้างเงียบขรึม แกก็มักมีคำปลอบใจและความคิดดี ๆ ตักเตือนผมเสมอ แม้ผมจะรู้ว่า มันไม่มีความหมายอะไรที่จะหวังได้นำในสิ่งที่แกบอกเอาไปใช้ข้างนอก แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ความคิดของผมสงบลง สงบจากความรุ่มร้อนสลับกับความเยียบเย็นของฝ่ามือชะตากรรม
ทุกคนมันก็เป็นคนบาปทั้งนั้น มีบางคนที่ทำอย่างเปิดเผย บางคนก็ซ่อนเร้น และไอ้คนที่เปิดเผยก็มักเป็นเป้าการถูกโจมตีเสมอ ทั้งจากสาธารณชนและกฎหมาย เมื่อเราอยู่ในมือกฎหมายเราก็ไม่อาจปฏิเสธสิ่งที่เราทำไว้ได้ คงมีหลายคนทำผิดแต่ก็เล็ดรอดออกไปจากตารางเพราะมีเงินทอง แต่ตารางในหัวใจคนนั่นไอ้หลาน มันกว้างและมันจะคุมขังตัวเองโดยไม่รู้ตัว
แกพูดในเช้าวันหนึ่งที่อากาศสดใส ขณะเราช่วยกันสานตะกร้าอยู่ที่โรงฝึกงาน นักโทษหลายคนรดน้ำต้นไม้ริมกำแพงสูงสีขาวมีรอยแตก มันเหมือนกับเขตแดนของความสำนึกผิดต่อบาปและความหยาบช้าในใจของเราเอง ผมคิดเช่นนั้น แดดสาดผืนดินอ่อนโยน ลมหนาวซอกซอนเข้ามาจากทางทิศเหนือ พัดชายเสื้อสีน้ำเงินของเราพะเยิบ พะยาบ ขณะเดียวกันหัวที่ถูกตัดจนสั้นเกรียนก็เย็นวาบ
มันเป็นความหนาวครั้งแรกที่เยียบเย็นกว่าความตาย ทุกข์ทรมานกว่าสิ่งที่เคยคิดว่าทุกข์ การบดเบียดของความรู้สึกบาปกับความผิดที่ก่อไว้ มันขัดแย้งกันและหาข้อลบล้างกันเองอย่างดุเดือด บ่อยครั้งที่ความชั่วมีชัยชนะ เพราะข้ออ้างและเหตุผล แต่แล้วมันก็พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงต่อความรักและมนุษยธรรม
ห้าปีผ่านไป แต่ภาพความหลังมันฝังแน่นเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ผมยังคงทำงานต่อไป ด้วยความใจเย็นกว่าเดิม รวมทั้งลุงปานที่สุขภาพเริ่มร่วงโรยไปตามสังขาร แต่ทุกคนก็ต้องทำงานเพื่อชดใช้บาป บาปเป็นสิ่งที่ไม่อาจไถ่ถอน มันฝังแน่น แต่จิตใจก็ปรารถนาลบล้างและทดแทนมันด้วยความดี ยาก มันยังไม่ง่ายอย่างที่ผมคิด ขณะนี้เป็นช่วงของการรับผลกรรมเท่านั้น
ผลของการกระทำเป็นเพียงการทำงานเพื่อแลกกับสิ่งของเล็กน้อยนั้นพอจะได้ในโลกของกำแพงและกรงเหล็ก ผมยังอดบุหรี่ไม่ได้และเบี้ยเลี้ยงจากการทำงานก็ทำให้เรามีของเหล่านี้ใช้บ้าง ได้อ่านหนังสือบ้าง ผมเริ่มชาชินกับบริเวณที่คุมขังและรู้สึกรักโลกใบนี้เสียแล้ว
ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวจากข้างนอกมันทำให้ผมหวาดกลัว หวาดกลัวการออกไปเผชิญกับความไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั่งจิตใจที่ชั่วร้ายของตัวเองจะผุดขึ้นมาแล้วเล่นตลกอะไรกับผมอีก ก็มีเพียงลุงปานเท่านั้นเป็นเพื่อนทางใจที่ดี การเปลี่ยนสถานภาพการดำรงอยู่ทำให้คนปรับสภาพได้เช่นกัน เหมือนจิ้งจกเปลี่ยนสี ความคุ้นเคยเข้ามาแทนความแปลกแยก เราทุกคนในคุกต่างเคยเห็นหน้าค่าตากันบ้างก็ถูกชะตา และบ้างก็คุยกันบ้าง หลายคนยังคงนิสัยและสันดานเดิมไม่มีผิด และยิ่งกักขฬะมากขึ้น เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกคุมขัง จึงไม่แปลกอะไรที่อาจมีใครสักคนในคุกตายไปโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ผมไม่สนใจ ใครจะอย่างไรก็ช่าง ผมอยากอยู่อย่างสงบ ทำงานและพิจารณาตัวเอง สารภาพผิดและยกตัวเองขึ้นบ้างก็ดี ทั้งนี้ด้วยหวังว่า การสำนึกผิดและความพยายามปรับปรุงตัวเองจะทำให้ผมผิดบาปน้อยลงบ้าง แม้มันจะไม่มากก็ตาม
ผมฝากผู้คุมให้ช่วยซื้อหนังสือธรรมะมาอ่าน ผมมีความสุขที่ได้อ่านและลองทำจริงจังบ้าง ปล่อยปละบ้าง แต่ก็ยังเป็นความยินดีของผมเอง ผมไม่ต้องการโลกข้างนอกอีกแล้ว ไม่ต้องการออกไปจากทัณฑกรรมที่ครอบหัวผมอยู่เช่นกัน ผมอาจกลายเป็นมนุษย์ที่ดีคนหนึ่งภายใต้การคุมขัง
ได้เข้าใจตัวเอง เข้าใจความจริงของชีวิต ทั้งจากการพิจารณาจากการบอกเล่าของคนทั่วไป รวมทั้งจากลุงปาน
แล้ววันหนึ่งแกก็จากผมไปพร้อมกับโรคชรา ไปอย่างสงบและทิ้งความผิดบาปที่ก่อไว้ ทิ้งร่างที่เป็นทางผ่านของความเหี้ยมโหดเอาไว้ ผมไม่รู้หรอกว่าเวลาแกตายนั้นแกนึกถึงอะไร อาจเป็นคนที่แกเคยฆ่า คนที่เคยถูกปล้น อะไรหลาย ๆ อย่างที่ผมไม่อาจรู้ได้เลย ไม่รู้จริง ๆ อาจรวมทั้งผมด้วยที่อาจไม่มีใครรู้ได้เลยว่าผมคิดถึงสิ่งใด
วันและเดือนขนย้ายเอานักโทษที่พ้นโทษออกไปสู่โลกภายนอก และนำคนใหม่เข้ามา บางคนตายไปด้วยโทษประหาร บางคนจำคุกตลอดชีวิตเหมือนกับผม ใช่วันเดือนเคลื่อนไปชีวิตและจิตใจก็เคลื่อนไปเหมือนกัน
ผมต้องอยู่คนเดียวเสียแล้ว ไม่มีคำพูดที่กินใจของลุงปานอีกแล้ว ความตายช่างง่ายดายเหลือเกิน เหมือนใบไม้ร่วง เหมือนหลับฝัน เหมือนฝันไปจริง ๆ
ทุกวันนี้ผมไม่รู้สึกเย็นชาหรือเจ็บปวดกับการต่อสู้กับตัวเองอีกแล้ว ความชั่วเป็นตัวผม ใช่ ผมก็เป็นคนดีด้วยเช่นกัน เพียงแต่เวลานั้นผมเห็นผิดและโง่เขลาเกินไป หยาบกระด้างเกินไป และมันก็สมควรที่สิ่งที่ผมทำไปแล้วนั้นจะโบยตีผมจนบอบช้ำ เจ็บแล้วเจ็บอีกจนรู้สึกชินชาและค่อย ๆ พาผมออกมาสู่แสงสว่าง แม้ว่ารอบตัวผมจะเป็นกำแพง ผู้คุม และความมืดอับของห้องขัง และเหล่านักโทษ ผมก็ยอมรับแล้วและยอมแล้วต่อการอุทิศตัวเองในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ทำสิ่งที่มีอยู่ต่อไป และต้องกราบขออภัยและอโหสิกรรมจากหล่อน ผู้ผมได้กระทำสิ่งโหดร้ายต่อเธอเสมอมา ผมไม่เคยเกี่ยงงอน ไม่เคยแข็งกระด้าง ผมเป็นคนว่าง่ายของผู้คน เป็นคนเงียบขรึมและใจเย็นของเพื่อนนักโทษ เขาหยอกล้อผมได้โดยผมไม่โกรธ แม้บางครั้งมันจะโกรธแต่ก็ยอม ไม่พยาบาทอีกแล้ว พอกันทีกับความเย็น พอกันทีกับนรก ผมพอใจที่จะอยู่ต่อไปโดยไม่มีปากมีเสียง ไม่โต้ตอบ ทั้งไม่ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น
ตุลาคมที่จุกไปด้วยห่าฝนกำลังเคลื่อนผ่านท้องฟ้าสีเทากลับไป ทิ้งการท่วมขัง เจิ่งนองไว้ทั่วบริเวณ ทั้งใบไม้สีเขียวให้งดงาม ต้นไม้ใบหญ้าต้องดูแลตกแต่งทุกวัน ผมยังคงเป็นนักโทษเหมือนเดิม
แล้วหนาวแรกของปีที่สิบของการจำคุกของผมก็มาถึง แต่บัดนี้มันไม่ได้ทำให้ผมเจ็บปวดดังเก่า ผมคิดว่า ผมคงเข้าใจตัวเองมากขึ้น หรืออาจเป็นเพราะหล่อนให้อภัยผมแล้ว ด้วยเห็นว่า ผมสำนึกผิดและยอมรับโทษแต่โดยดี ไม่ด่าทอ ไม่ปริปากบ่น
แดดบ่ายกำลังเคลื่อนแสงอ่อนโยนเคลื่อนผ่านแนวกำแพงตะวันตกไปอย่างช้า ๆ ความสว่างสงบพรมพรายเหนือสนามกีฬา สนามหญ้า และบริเวณอาคารเรือนจำ เป็นภาพที่ยังความกรุณาเหมือนความเมตตาของพระพุทธองค์ แม้แต่คนบาปที่กลับใจ พระองค์ก็ให้อภัยเสมอ เพื่อจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่า ใบไม้หลายใบกระจัดกระจายอยู่เหนือสนามหญ้าสีเขียว ทั้งสีเหลืองและสีน้ำตาล ทุกสิ่งต่างมีวาระของมันเสมอ ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ไม่ว่ารัก โลภ โกรธ หรือหลง ทุกสิ่งไม่พ้นไปจากเกณฑ์อันเดียวกัน
แล้วความมืดก็กระจายโอบรอบโลกภายในกำแพงนี้ไว้ รวมทั้งข้างนอกกำแพง ทุกสิ่งต่างเท่าเทียมกันในความมืดมิด แสงสว่างจากตัวอาคารเปิดสว่างแล้ว เหล่านักโทษเดินเป็นทิวแถวไปยังโรงอาหาร อาหารมื้อเย็นกำลังจะเริ่ม
เสียงผู้คุมสั่งให้นักโทษกลับไปยังที่ของตัวเอง ผมสวดมนต์ภาวนาและแผ่เมตตาแด่สรรพสัตว์ ผู้มีความทุกข์ ความสุข เกิด แก่ เจ็บ และตายร่วมกัน ขอให้พวกเขามีความสุขและพ้นไปจากห้วงทุกข์และห้วงกรรมที่ตัวเองก่อขึ้น
เวลาของการหลับไหล เคลื่อนเข้ามาตามเปลือกตา แขนขา รวมทั้งความรู้สึกง่วงซึม ก่อนจะหลับลง ผมรู้สึกเยียบเย็นเพราะลมหนาวพัดมาทางช่องระบายอากาศ ผสมไปกับกลิ่นอับ ๆ ฉุน ๆ ของปัสสาวะ ผมไม่ต้องแบกความทุกข์อีกต่อไปแล้ว ข้างนอกห้องขังพระจันทร์กำลังขึ้น ส่องแสงอ่อนโยน ผมคิดถึงที่สักแห่งที่ไกลออกไป แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นที่แห่งใด
edit @ 2007/02/09 11:30:03
#1 By เบน on 2007-02-09 11:58