อาหารปลาจากกากมันสำปะหลัง
posted on 01 Mar 2007 08:33 by fontree in featuresอาหารปลาจากกากมันสำปะหลัง
งานสร้างสรรค์จากความมุ่งมั่นของ นิกร สิริอุทัยกุล
ความอึมครึมทางการเมืองสร้างบรรยากาศให้สภาพโดยรวมของประเทศไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ หรือด้านสังคมก็เกิดความคลุมเครือไปด้วย โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของประเทศดูจะชะงักงันมาเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และอาจดำเนินต่อไป ท่ามกลางความเป็นห่วงเป็นใย และกังวลใจของประชาชน เกษตรกร ที่ต้องแบกภาระต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการผลิต เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ยเคมี หรือสารกำจัดศัตรูพืช
ท่ามกลางบรรยากาศที่ไร้ทางออก ในช่วงเวลาอันใกล้ สิ่งที่พวกเราทำได้คือ อดทน และใช้สติปัญญา และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทานให้ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาและดำเนินชีวิตของพสกนิกรชาวไทยทุกคน คือการประกอบอาชีพและดำรงชีวิตอย่างมีสติ ใช้จ่ายและลงทุนอย่างมีเหตุผล สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง คือความพอเพียงในครัวเรือน ชุมชน สังคม ด้วยการเรียนรู้สิ่งที่ทำและเรียนรู้สังคมให้เกิดความรู้เท่าทัน ที่สำคัญคือการสร้างความรักสามัคคี จากครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล และสังคมประเทศ ก็สามารถนำพาเราออกจากวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้น จากความโลภ โกรธ หลง และมิจฉาทิฐิของผู้นำ และบรรดานักการเมือง
ตำบลสามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่มีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา เป็นหลัก แม้จะมีการทำการประมง ด้วยการเลี้ยงปลา เพาะขยายพันธุ์ปลาที่เข้ามาสร้างฐานเศรษฐกิจให้ตำบลอีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมานับแต่มีการขยายโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาในเขตอำเภออุทัย ก็ได้พลิกโฉมหน้าของสังคมเกษตรกรรม สู่แรงงานในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังคงมุ่งมั่นทำการเกษตรต่อไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
สร้างงานจากการชีวิตที่ติดลบ
นิกร สิริอุทัยกุล เกษตรกร อยู่บ้านเลขที่ 49/5 หมู่ที่ 3 ตำบลสามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่กระโดดเข้าสู่การทำการเกษตรด้วยการอนุบาลพันธุ์ปลาน้ำจืดเพื่อจำหน่าย แต่หากมองย้อนกลับไปจะพบว่า เส้นทางการเป็นเกษตรกรของเขากลับไม่ได้ราบรื่นเลยแม้แต่น้อย เพราะกิจการอนุบาลพันธุ์ของเขาต้องประสบปัญหาและทำให้เขาล้มเหลวไม่เป็นท่า อย่างไรก็ตามวิกฤตที่เกิดขึ้นก็ไม่อาจทำให้หัวใจที่ฮึดสู้ของเขายอมแพ้ได้ หากแต่ได้สร้างความมุ่งมั่นต่อไปที่จะต้องประสบความสำเร็จในอาชีพเกษตรกรให้ได้
เพราะความล้มเหลวจากการอนุบาลพันธุ์ปลาเพื่อจำหน่ายไม่ใช่ความล้มเหลวครั้งแรกในชีวิตของเขา หากแต่ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเขานั้น เคยทั้งพบกับความสำเร็จและความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน นิกรเล่าถึงอดีตการทำงานให้ฟังว่า
ชีวิตผมค่อนข้างโลดโผน เคยทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายนม ตัวแทนจำหน่ายข้าวสารมาบุญครอง ข้าวสารกระสอบจากโรงสี มีเงินหมุนเวียนเป็นล้าน แต่ก็ไม่มีความสุข เพราะต้องต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจ งานที่รัดตัว ไม่มีเวลาแม้ให้กับญาติพี่น้อง และถูกคดโกง เลยร่วงไม่เป็นท่า
ความรู้สึกการทำธุรกิจที่รู้สึกว่าเป็นความลำบาก ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ และการตลาด จึงหันเข้าสู่การทำการเกษตร ด้วยความไม่รู้ รู้เพียงว่าต้องการอนุบาลพันธุ์ปลาจำหน่าย ก็เริ่มเช่าที่ ขุดบ่อ แล้วก็ทำให้เขาเจ๊งหมดเนื้อหมดตัว ในราวปี 2542 เพราะพันธุ์ปลาที่อนุบาลเพื่อรอจำหน่ายตายและเสียหายเนื่องจากโรคและสัตว์ภายในน้ำซึ่งเขาเองก็ไม่เคยมีความรู้มาก่อน
ระหว่างนั้นนิกร และภรรยาก็ยังคงพยายามหาช่องทางค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่าที่ทุนพอมีต่อไป โดยไม่ยอมจำนน และเหมือนจะเป็นโอกาส เมื่อวันหนึ่งเขาขับรถยนต์ไปพบคนงานกำลังขนกากมันสำปะหลัง ซึ่งจากการสอบถามก็ได้ความว่า เขาจะนำไปเลี้ยงวัวนม จุดนี้เองทำให้เขาเกิดความคิดขึ้นว่า ขนาดวัวนมเป็นสัตว์ใหญ่ยังใช้กากมันสำปะหลังเลี้ยงโตได้ ทำไมจะนำไปเลี้ยงปลาไม่ได้ เขาจึงขอแบ่งซื้อเพื่อนำกลับมาทดลองใช้ผลิตเป็นอาหารปลา ผลการทดลองครั้งแรก ล้มเหลว
จากนั้นความคิดเรื่องการพัฒนากากมันสำปะหลังเพื่อนำมาทำอาหารปลาก็เริ่มอย่างเงียบ ๆ ภายใต้ชายคาบ้านของเขาเอง ด้วยความคิดว่า หากนำกากมันมานึ่งให้สุกเสียก่อนจึงนำไปให้ปลากิน น่าจะใช้ได้เพราะในกากมันสำปะหลังนั้นจะมีน้ำหรือความชื้นอยู่บ้าง เขาจึงนำมานึ่งในกระทะใบบัว นึ่งครั้งหนึ่ง ๆ ได้ไม่กี่กิโลกรัม
อุปสรรคกลายเป็นโจทย์ให้เขาคิดต่อไปอีกว่า หากนำกากมันมาใส่ถาดเป็นชั้น ๆ แล้วนึ่งจะได้ปริมาณมากกว่า และผลจากการทดลอง ก็ได้มันนึ่งที่มีกลิ่นหอม มีความเหนียวคล้ายกับขนมมันนึ่ง และขนมกล้วย นิกร นำตัวอย่างสินค้าตัวแรกนำไปเสนอขายให้กับลูกค้า ลูกค้าเห็นก็สั่งคนละตันสองตัน ขณะที่เขาเริ่มต้นธุรกิจอาหารปลาของเขาด้วยเงิน 7,000 บาทเท่านั้น
ตะลุยไปข้างหน้า ดูสิว่าถ้าล้มอีกทีจะเหลือเงินสักเท่าไร
เมื่อได้รับโอกาสจากลูกค้า นิกรก็เริ่มด้วยการซื้อถังสองร้อยลิตรนำมาผ่าซีก แล้วนำมาเชื่อมติดกัน ชั้นบนเป็นที่ใส่น้ำแล้ววางชั้นถาดกากมันไว้ข้างบน ชั้นล่างใส่ฟืนสุมไฟให้ความร้อน นึ่งได้ครั้งละ 12 ถาด กว่าจะได้ 3 ตันก็ใช้กำลังแรงกาย ความอดทนอย่างสูง
ตอนนั้นทำงานคนเดียว ไม่กล้าจ้างใคร ต้องทนทำงานด้วยความอดทน และคิดว่า จะไม่ยอมจนอีกแล้ว ล้มแล้วต้องลุกขึ้นให้ได้ จากนั้นก็พัฒนาทั้งเตา และชั้นสำหรับนึ่งมันมาเรื่อย ๆ อาศัยเรามีความรู้ด้านช่าง จึงทำตามใจที่อยากทดลอง และทำให้สำเร็จ เรื่องเงินไม่ต้องคุยกัน เพราะเรามีแค่ 7,000 บาท คิดอยู่ตลอดเวลาว่า ต้องลุยเข้าไป จะดูสิว่าถ้าล้มอีกที คราวนี้จะเหลือเงินสักกี่บาท จากวันนั้นถึงปี 2548 เฉลี่ยแล้วมีเงินหมุนเวียนกว่าล้านบาท ก็นำมาปรับปรุงที่ ซื้อรถ ปรับปรุงโรงงาน ตอนนั้นทุ่มหมดสุดตัว ไม่กลัวเจ๊ง นิกรกล่าว
จากการเริ่มต้นด้วยแรงงานตัวเอง แต่ถึงวันนี้เขาได้ใช้การจ้างแรงงาน โดยให้ค่าจ้างสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 30-40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้คนงานสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ๆ เช่น รับจ้าง หรือทำงานโรงงานที่มีค่าแรงสูงกว่า และแทนที่จะจ้างเป็นรายเดือน ก็ใช้การจ้างแบบเหมา โดยคำนวณต้นทุนการผลิตสุทธิต่ออาหารปลา 1 กิโลกรัมเป็นเงินเท่าไร หากมีการสั่งซื้อน้อย หรือขายของไม่ออก ก็จะกองสินค้าไว้ ให้คนงานได้รับรู้ หลักในการบริหารงานที่นิกรใช้ เขาเล่าว่า
ผมเอาใจใส่ต่อลูกน้องและลูกค้า ถ้าลูกค้าเสี่ยงเพราะอาหารเราไม่มีคุณภาพ ไม่มีผลกำไร ลูกน้องก็ตกงาน ดังนั้นการเอาใจใส่การทำงาน ความรู้สึกของคนงานจึงมีความจำเป็น ถึงวันนี้ คนงานทั้ง 17 คน ของเราได้รับค่าแรงงานตกเดือนละ 150,000 บาท
พัฒนาสูตรอาหารปลาและกระบวนการผลิต
โดยตัวของกากมันสำปะหลังลำพังจะมีเพียงแป้งคุณค่าทางอาหารก็แทบไม่ต่างไปจากข้าว ดังนั้นการพัฒนาอาหารปลาให้มีคุณค่าทางอาหารเพิ่มจึงมีความจำเป็น และเป็นกระบวนการพัฒนาโดยนิกรได้นำไขมันวัวที่ได้จากการเคี่ยวมันวัวเพื่อนำไปใช้ในการทำเทียนไข นิกรได้ทดลองนำไขมันวัวมาบดผสมกับกากมันสำปะหลัง และทดลองให้เป็นอาหารปลาในบ่อของตัวเอง เพื่อศึกษาลักษณะนิสัยของปลา ศึกษาความเติบโตของปลา และการกินอาหาร
ผลจากการทดลองนำไขมันวัวมาผสมกับกากมันแล้วนำไปนึ่งให้สุก เมื่อนำไปให้ปลากิน ก็พบว่า กลายเป็นการค้นพบใหม่คือ อาหารปลาที่ผสมไขมันวัวจะลอยน้ำ ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้า แต่ก็มีปัญหาว่า ต้นทุนการผลิตสูง ประกอบกับ ไขมันวัว ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตอาหารปลานั้นมีปริมาณจำกัด ไม่พอที่จะส่งให้ในปริมาณมาก ๆ สูตรอาหารผสมไขมันวัว จึงผลิตเป็นบางครั้งตามความต้องการของลูกค้า
ผลจากไขมันวัวที่ไม่เพียงพอ ทำให้นิกรติดต่อกับโรงงานโดยนำเศษไก่จากโรงงานผลิตอาหาร นำมาเป็นตัวสร้างโปรตีนแทนไขมันวัว ซึ่งสามารถทำให้อาหารปลาทำราคาที่ต่ำลงมาได้ การนำเศษไก่มาบดให้ละเอียดแล้วนำมาผสมกากมัน นวดให้เข้ากันจากนั้นจึงนำไปนึ่งให้สุก เป็นการเพิ่มขั้นตอนในการทำงานให้กับคนงาน ซึ่งตรงนี้นิกรกล่าวว่า
เมื่อขั้นตอนมากขึ้น เราก็เพิ่มค่าแรงให้กับคนงานด้วย ให้เขามีกิน อยู่ได้ ถ้าเราไม่รักษาผลประโยชน์ของคนงานเราก็อยู่ไม่ได้ หรือถ้าเราไม่รักษาผลประโยชน์ให้ลูกค้า หรือเพื่อนฝูง เราก็อยู่ไม่ได้ ผมคิดว่าการทำงานต้องมีคุณธรรม และรู้จักเผื่อแผ่แก่สังคม เผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ให้กับชาวบ้านได้รับรู้ เพราะสังคมนี้ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว
เมื่อลูกค้านำอาหารปลาไปเลี้ยงและตรวจเช็คการกินอาหารของปลา พบว่า ปลากินอาหารได้ดีขึ้น และตัวลูกค้าซึ่งก็คือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาก็มีความมั่นใจมากขึ้น ในส่วนของการผลิตอาหาร จากกากมันที่ดูไร้ค่าก็กลายเป็นสินค้า ที่ผลิตออกมาราววันละ 8-10 ตันและการจำหน่ายอยู่ที่เดือนละราว 200 ตัน ด้วยราคาขายที่กิโลกรัมละ 2 บาทโดยมีลูกค้าประจำมาจากปทุมธานี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง และนครนายก
คุณธรรมนำการค้าและธุรกิจ ชีวิตเมื่อเริ่มมีแล้วต้องรู้จักเผื่อแผ่
จากอาหารปลาจากมันสำปะหลังนึ่งเพียงอย่างเดียวพัฒนาสู่การผสมด้วยไขมันวัว และเศษไก่ จากสิ่งที่ดูไม่มีมูลค่า กลายเป็นอาหารปลาที่มียอดจำหน่าย และการจ้างแรงงานที่ดี นิกรได้วางแผนการในอนาคตไว้ว่า เมื่อสูตรอาหารเป็นที่พอใจของเขาและเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ก็จะพัฒนาในเรื่องของเครื่องมือ เครื่องทุ่นแรง พัฒนาโรงเรือนให้สามารถกันแดดกันฝนได้ คนงานทำงานได้สบายขึ้น
การเริ่มต้นจากความล้มเหลวพลิกมาสู่โอกาสในการสร้างงานและทำเงินของนิกร เขาบอกว่า ต้องฝักใฝ่ที่จะเรียนรู้ มีความพยายาม และหากคิดว่าตัวเองยังไม่ดีพอต้องเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า ไม่อาย ที่จะถาม และพยายามถ่อมตน ที่สำคัญคือต้องพึ่งตัวเอง คิดเอง ทำเอง ซึ่งคือวิถีปฏิบัติของเขาเองที่จะ คลุกคลีอยู่กับงานและลงมือลงแรงด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานซ่อมบำรุงเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ
วันนี้กับการทำการเกษตรของนิกร แต่เป็นการทำเกษตรอีกแบบหนึ่งที่พัฒนาเป็นการผลิต อาหารปลา ไม่ต้องพะวงกับการแก่งแย่งแข่งขัน สิ่งที่ทำวันนี้คือแข่งกับตัวเอง และต้องการหาคนดี เข้ามาช่วยบริหารจัดการ สิ่งสำคัญคือ คุณธรรมนำการค้าและธุรกิจ สิ่งที่เขาหวังสูงสุดคือบั้นปลาย ของชีวิตหากประสบความสำเร็จในงานการเกษตรคือ มีชีวิตที่สงบสุข มีเหลือพอที่จะเผื่อแผ่แก่สังคมบ้าง
ผมชอบความยุติธรรม ไม่เอาเปรียบกัน ถ้าเราเอาเปรียบลูกจ้างมาก ๆ ลูกจ้างก็ไม่อยู่กับเรา กิจการก็อยู่ไม่ได้ เราต้องการให้คนรักเรา เราก็ต้องทุ่มเทให้เขาก่อน ต้องลงทุนรักเขาก่อน แม้แต่ภายในครอบครัวหากเราคิดแต่หาความสุขอยู่คนเดียว ไม่สนใจลูกเมีย ครอบครัวก็คงอยู่ด้วยกันไม่ได้นาน และเมื่อเราพอมีแล้วก็ต้องเผื่อแผ่ให้กับสังคมด้วย อย่างน้อยก็เพื่อบริวารลูกหลานของเราเอง ที่ต้องเห็นแบบอย่างที่ดีมีการช่วยเหลือสังคมจากเรา และได้รับความรักใคร่จากผู้คน ที่เป็นผลจากสิ่งที่เราได้ทำไว้กับสังคม ท้องถิ่น
สนใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับ คุณนิกร สิริอุทัยกุล ได้ที่ 49/5 หมู่ที่ 3 ตำบลสามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13210
(ตีพิมพ์ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน)
edit @ 2007/03/08 08:13:39